previous arrow
next arrow
Slider

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการไปเรียนต่อเยอรมนี / เรียนต่อนอก / เรียนต่อต่างประเทศ / เรียนต่อเยอรมัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการไปเรียนต่อเยอรมนี

Q : ถ้าจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้ว สามารถเรียนต่อปริญญาตรีที่ประเทศเยอรมนีได้เลยหรือไม่

A : เรียนได้ค่ะ แต่เนื่องจากระบบการศึกษา High School ของประเทศเยอรมนีนั้น เรียน 13 ปี แต่ประเทศไทยเรียน 12 ปี ทำให้น้องๆต้องเรียนปรับพื้นฐาน (Studienkolleg) เป็นเวลา 1 ปี จึงจะเรียนต่อปริญญาตรีได้

Q : การเรียนปรับพื้นฐาน (Studienkolleg) คืออะไร

A : การเรียนปรับพื้นฐาน (Studienkolleg) เป็นการเรียนเพื่อเตรียมตัวเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี ซึ่งน้องๆที่จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือ ปวช จากประเทศไทย ต้องเรียนปรับพื้นฐาน (Studienkolleg) ทุกคน เพราะวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาไม่สามารถเข้าเรียนระดับปริญญาตรี ที่ประเทศเยอรมนีได้ทันที

Q : ไม่มีความรู้ด้านภาษาเยอรมัน สามารถเรียนปริญญาตรีได้หรือไม่

A : เรียนได้ค่ะ น้องสามารถเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม น้องทุกคนจะต้องมีผลการสอบด้านภาษาอังกฤษ IELTS ที่ 6.5 หรือ TOEFL ที่ 65 คะแนน


Q : ถ้าเรียนต่อปริญญาตรี สามารถทำงานพิเศษได้หรือไม่

A : ได้ค่ะ น้องสามารถทำงานพิเศษได้ 120 วันต่อ 1 ปี (เป็นการทำงานแบบเต็มวัน) และ 240 วันต่อ 1 ปี (เป็นการทำงานแบบครึ่งวัน)


Q : งานพิเศษหาทำยากไหม

A : หาไม่ยากค่ะ ขึ้นอยู่กับความพยายามและความสามารถของน้องๆ


Q : ค่าตอบแทนของงานพิเศษที่ทำได้ประมาณเท่าไหร่

A : ค่าตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 8 – 15 ยูโรต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับงานที่น้องๆทำ


Q : ถ้าเรียนจบระดับปริญญาตรีแล้ว สามารถพำนักอยู่ในประเทศเยอรมนีต่อเพื่อหางานได้หรือไม่

A : ได้ค่ะ หากน้องๆเรียนจบระดับปริญญาตรี ตามกฎหมายแล้ว น้องๆสามารถอยู่ต่อในประเทศเยอรมนี ได้สูงสุดถึง 18 เดือน เพื่อหางานทำ ซึ่งหากน้องๆได้งานที่ตรงตามคุณสมบัติที่จบมาแล้ว ทางประเทศเยอรมนีจะเปลี่ยนจากวีซ่านักเรียนให้เป็นวีซ่าประเภทพำนักถาวร เพื่อขอรับใบอนุญาตทำงานในประเทศเยอรมนี


Q : จบปริญญาตรีจากประเทศไทย สามารถไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศเยอรมันได้เลยหรือไม่

A : เรียนได้เลยค่ะ ซึ่งถ้าน้องๆจะเรียนต่อปริญญาโทในสาขาใด น้องต้องจบปริญญาตรีในสาขานั้นๆ เช่น น้องอยากเรียนต่อปริญญาโท สาขา International Management น้องก็ต้องจบปริญญาตรีในสาขา International Management ด้วย


Q : แล้วถ้าจบปริญญาตรีในสาขาที่ไม่ตรงทำอย่างไรได้บ้าง

A : สำหรับน้องๆที่จบสาขาไม่ตรง ก็สามารถเรียนได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของคณะวิชา/สาขา ของแต่ละมหาวิทยาลัย ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัย IUBH ถ้าน้องๆเรียนจบปริญญาตรีสายวิทยาศาสตร์ หรือสายวิศวกรรมศาสตร์ แล้วอยากเรียนปริญญาโทในสาขาบริหารธุรกิจ น้องๆต้องเรียนPre – Master หรือ Pre – MBA เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนต่อปริญญาโท (ข้อมูลสามารถดูได้จากหน้าเว็บไซค์ค่ะ)


Q : ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย ในการเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่

A : สำหรับน้องๆที่เรียนต่อประเทศเยอรมนี ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณเดือนละ 800 – 900 ยูโร ซึ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวรวม ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าประกันสุขภาพ ค่าเสื้อผ้า ค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์ ทางการศึกษา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต หรือค่ากิจกรรมยามว่าง เป็นต้น (ที่มา : https://www.daad.or.th) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของน้องๆแต่ละคน และ ขึ้นอยู่กับเมืองที่น้องอาศัยอยู่


Q : ค่าเทอมของมหาวิทยาลัยในประเทศเยอรมนีอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่

A : ค่าเทอมของแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นไม่เท่ากัน ซึ่งบางมหาวิทยาลัยก็ไม่มีค่าเทอม น้องๆจะจ่ายเพียงค่าลงทะเบียนเรียนประมาณ 300 ยูโรต่อเทอมเท่านั้น (รายละเอียดนั้นส่วนดังกล่าวน้องๆสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ตามเว็บไซค์ของมหาวิทยาลัย)


Q : ค่าเรียนหลักสูตรนานาชาติในประเทศเยอรมนี (International Class) ค่าเรียนโดยประมาณเท่าไหร่

A : ระดับปริญญาตรี โดยประมาณ 5,000 – 6,000 ยูโร ต่อเทอม / ระดับปริญญาโท โดยประมาณ 7,000 – 8,000 ยูโร ต่อเทอม (ค่าเรียนโดยประมาณขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย)


Q : ถ้าเกิดป่วยหรือมีปัญหาทางสุขภาพในขณะที่ศึกษาอยู่ในประเทศเยอรมนีต้องทำอย่างไร

A : ถ้าน้องๆที่มีโรคประจำตัว ให้นำยาที่รักษาโรคประจำตัวและยาสามัญไปด้วย แต่ถ้าหากเกิดฉุกเฉิน ก็สามารถขอนัด พบแพทย์ที่ประเทศเยอรมนีได้ โดยใช้สิทธิ์ประกันสุขภาพที่น้องๆซื้อขณะที่ อาศัยอยู่ที่ประเทศเยอรมนี


Q : เบี้ยประกันสุขภาพสำหรับนักเรียนแพงไหม

A : ถ้าน้องๆที่อายุต่ำกว่า 30 ปี ค่าเบี้ยประกันสุขภาพโดยประมาณ 75 ยูโร ต่อเดือน

Q : ประเทศเยอรมนีปลอดภัยและการเดินทางสะดวกไหม

A : ปลอดภัยค่ะ ประเทศเยอรมนี ถือเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูง และ ระบบคมนาคมก็สะดวกสบาย


Q : หาอาหารไทยกินได้หรือเปล่า

A : ถ้าตามหัวเมืองใหญ่ๆ จะมีร้านอาหารไทย ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และมี super market ของเอเชีย ที่มีอาหารเอเชียขาย


Q : ที่พักขณะที่ศึกษาอยู่ที่ประเทศเยอรมนีเป็นอย่างไร

A : มีทั้งเป็นหอพักนักศึกษา ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย มีห้องให้เลือกแบบห้องส่วนตัวมีห้องน้ำในตัว หรือแชร์ห้องครัว แชร์ห้องน้ำ แต่ห้องนอนแยก และ หอพักเอกชน ซึ่งน้องๆสามารถ เลือกพักเองได้ตามที่น้องต้องการ


Q : วีซ่านักเรียนมีสิทธิ์ได้ส่วนลดพิเศษอะไรบ้าง

A : สำหรับน้องๆที่ถือวีซ่านักเรียน น้องๆจะได้รับส่วนลดค่ารถ ทั้งรถขนส่งสาธารณะ และ รถไฟ ส่วนลดค่าเข้าสถานที่ต่างๆ


ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ

บริษัท อาวล์ เอ็ดดูเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (สำนักงานใหญ่)

C203 ชั้น 2 โครงการ สินทรัพย์พลาซ่า ถ.รังสิต-นครนายก (คลอง 4) ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 12130

โทร : 0-2038-0770 สายด่วน พี่ปู 061-654-1565

Copyright © 2020 OWL EDUCATION / สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย ห้ามนำข้อมูล รวมถึงรูปภาพ ไปทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาต