คำถามที่พบบ่อย

เรียนได้ค่ะ แต่เนื่องจากระบบการศึกษา High School ของประเทศเยอรมนีนั้น เรียน 13 ปี แต่ประเทศไทยเรียน 12 ปี ทำให้น้องๆต้องเรียนปรับพื้นฐาน (Studienkolleg) เป็นเวลา 1 ปี จึงจะเรียนต่อปริญญาตรีได้

การเรียนปรับพื้นฐาน (Studienkolleg) เป็นการเรียนเพื่อเตรียมตัวเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี ซึ่งน้องๆที่จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือ ปวช จากประเทศไทย ต้องเรียนปรับพื้นฐาน (Studienkolleg) ทุกคน เพราะวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาไม่สามารถเข้าเรียนระดับปริญญาตรี ที่ประเทศเยอรมนีได้ทันที

เรียนได้ค่ะ น้องสามารถเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม น้องทุกคนจะต้องมีผลการสอบด้านภาษาอังกฤษ IELTS ที่ 6.5 หรือ TOEFL ที่ 65 คะแนน

ได้ค่ะ น้องสามารถทำงานพิเศษได้ 120 วันต่อ 1 ปี (เป็นการทำงานแบบเต็มวัน) และ 240 วันต่อ 1 ปี (เป็นการทำงานแบบครึ่งวัน)

หาไม่ยากค่ะ ขึ้นอยู่กับความพยายามและความสามารถของน้องๆ

ค่าตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 8 – 15 ยูโรต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับงานที่น้องๆ ทำ

ได้ค่ะ หากน้องๆเรียนจบระดับปริญญาตรี ตามกฎหมายแล้ว น้องๆสามารถอยู่ต่อในประเทศเยอรมนี ได้สูงสุดถึง 18 เดือน เพื่อหางานทำ ซึ่งหากน้องๆได้งานที่ตรงตามคุณสมบัติที่จบมาแล้ว ทางประเทศเยอรมนีจะเปลี่ยนจากวีซ่านักเรียนให้เป็นวีซ่าประเภทพำนักถาวร เพื่อขอรับใบอนุญาตทำงานในประเทศเยอรมนี

เรียนได้เลยค่ะ ซึ่งถ้าน้องๆจะเรียนต่อปริญญาโทในสาขาใด น้องต้องจบปริญญาตรีในสาขานั้นๆ เช่น น้องอยากเรียนต่อปริญญาโท สาขา International Management น้องก็ต้องจบปริญญาตรีในสาขา International Management ด้วย

สำหรับน้องๆที่จบสาขาไม่ตรง ก็สามารถเรียนได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของคณะวิชา/สาขา ของแต่ละมหาวิทยาลัย ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัย IUBH ถ้าน้องๆเรียนจบปริญญาตรีสายวิทยาศาสตร์ หรือสายวิศวกรรมศาสตร์ แล้วอยากเรียนปริญญาโทในสาขาบริหารธุรกิจ น้องๆต้องเรียนPre – Master หรือ Pre – MBA เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนต่อปริญญาโท (ข้อมูลสามารถดูได้จากหน้าเว็บไซค์ค่ะ)

สำหรับน้องๆที่เรียนต่อประเทศเยอรมนี ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณเดือนละ 800 – 900 ยูโร ซึ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวรวม ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าประกันสุขภาพ ค่าเสื้อผ้า ค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์ ทางการศึกษา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต หรือค่ากิจกรรมยามว่าง เป็นต้น (ที่มา : https://www.daad.or.th) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของน้องๆแต่ละคน และ ขึ้นอยู่กับเมืองที่น้องอาศัยอยู่

ค่าเทอมของแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นไม่เท่ากัน ซึ่งบางมหาวิทยาลัยก็ไม่มีค่าเทอม น้องๆจะจ่ายเพียงค่าลงทะเบียนเรียนประมาณ 300 ยูโรต่อเทอมเท่านั้น (รายละเอียดนั้นส่วนดังกล่าวน้องๆสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ตามเว็บไซค์ของมหาวิทยาลัย)

ระดับปริญญาตรี โดยประมาณ 5,000 – 6,000 ยูโร ต่อเทอม / ระดับปริญญาโท โดยประมาณ 7,000 – 8,000 ยูโร ต่อเทอม (ค่าเรียนโดยประมาณขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย)

ถ้าน้องๆที่มีโรคประจำตัว ให้นำยาที่รักษาโรคประจำตัวและยาสามัญไปด้วย แต่ถ้าหากเกิดฉุกเฉิน ก็สามารถขอนัด พบแพทย์ที่ประเทศเยอรมนีได้ โดยใช้สิทธิ์ประกันสุขภาพที่น้องๆซื้อขณะที่ อาศัยอยู่ที่ประเทศเยอรมนี

ถ้าน้องๆ ที่อายุต่ำกว่า 30 ปี ค่าเบี้ยประกันสุขภาพโดยประมาณ 75 ยูโร ต่อเดือน

ปลอดภัยค่ะ ประเทศเยอรมนี ถือเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูง และ ระบบคมนาคมก็สะดวกสบาย

ถ้าตามหัวเมืองใหญ่ๆ จะมีร้านอาหารไทย ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และมี super market ของเอเชีย ที่มีอาหารเอเชียขาย

มีทั้งเป็นหอพักนักศึกษา ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย มีห้องให้เลือกแบบห้องส่วนตัวมีห้องน้ำในตัว หรือแชร์ห้องครัว แชร์ห้องน้ำ แต่ห้องนอนแยก และ หอพักเอกชน ซึ่งน้องๆ สามารถ เลือกพักเองได้ตามที่น้องต้องการ

สำหรับน้องๆ ที่ถือวีซ่านักเรียน น้องๆ จะได้รับส่วนลดค่ารถ ทั้งรถขนส่งสาธารณะ และ รถไฟ ส่วนลดค่าเข้าสถานที่ต่างๆ

 

IELTS (International English Language Testing System)

◾ ค่าสมัครสอบ 6,900 บาท เริ่ม 16 กันยายน 2560 เป็นต้นไป
◾ ลงทะเบียนล่วงหน้า 1 เดือน
◾ ข้อสอบ ฟัง พูด อ่าน เขียน (สำหรับข้อสอบพาร์ทพูดจะจัดสอบในวันเสาร์)

รายละเอียดข้อสอบ
   - การสอบการฟัง (Listening) 30 นาที
ผู้สอบต้องฟังเนื้อเรื่องจากเครื่องเล่น CD ซึ่งเนื้อหาจะประกอบไปด้วยการสนทนา และ บทพูด รวมทั้ง การออกเสียงผู้สอบจะได้ฟังเทปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่จะมีเวลาให้ในการอ่านคำถาม และ เขียนคำตอบ และ ในช่วงท้ายจะมีเวลาให้คัดลอกและตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบใน Answer Sheet อีก 10 นาที
   - การสอบการอ่าน (Reading) 60 นาที
มีเนื้อเรื่องให้อ่าน 3 บทความ พร้อมด้วยคำถามที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้ได้มาจากหนังสือ นิตยสาร และ หนังสือพิมพ์ ในทุกๆ เรื่องเป็นเรื่องทั่วไปไม่ได้เจาะจงเฉพาะทางใดทางหนึ่ง รวมทั้ง 3 บทความ จะมีคำถามทั้งหมดจำนวน 40 ข้อ และ ให้เวลาทั้งหมด 60 นาที ดังนั้นเวลาในการทำจะเฉลี่ย อยู่ที่ประมาณข้อละ 1.5 นาที
   - การสอบการเขียน (Writing) 60 นาที
จะแบ่งออกเป็น 2 เรื่อง ให้เวลา 60 นาที เรื่องแรก คือการเขียนในลักษณะอธิบายข้อมูลที่ให้มาในรูป แบบกราฟ ตาราง แผนผัง เราจะต้องมีการเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ที่เด่นๆ โดยที่ต้องเขียนอย่างน้อย 150 คำ เป็นอย่างต่ำ เรื่องที่สอง คือ การเขียนเรียงความหรือรายงานอย่างเป็นทางการ และ เป็นการ แสดงความคิดเห็น การหาทางออก ของปัญหา หรือ วิจารณ์หัวข้อที่ให้มา โดยต้องเขียนอย่างน้อย 250 คำ
   - การสอบการพูด (Speaking) 11-14 นาที
แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก เป็นการพูดคุยเรื่องทั่วๆ ไป การใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนที่สอง กรรมการจะมี เวลาให้เตรียมตัวก่อนพูด 1 นาที โดยจะมีบัตรคำถามมาให้ และ จะให้เราพูดคนเดียวประมาณ 3-4 นาที และ ส่วนสุดท้าย จะมีลักษณะคล้ายกับการพูดโต้ตอบกันในหัวข้อที่ได้จากส่วนที่สอง

สถานที่สอบ และ วันสอบ
กรุงเทพมหานคร : โรงเเรมแลนด์ มาร์ค สุขุมวิทเชียงใหม่ : โรงแรมแชงกรีลา เชียงใหม่
ภูเก็ต : AVSS Phuket (Study Abroad & English Academy)

วิธีสมัครสอบ

1. กรอกใบสมัครการสอบ IELTS ด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ (Capital Letter)
2. รูปถ่ายปัจจุบัน 2 รูป (ขนาด 2 นิ้ว)
3. สำเนาเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งพร้อมเอกสารฉบับจริง ดังต่อไปนี้
   - บัตรประจำตัวประชาชน
   - หนังสือเดินทาง
4. ชำระค่าสมัครสอบที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์

*** หมายเหตุ ผู้สมัครสอบต้องเตรียมเอกสารให้ถูกต้องและครบถ้วนในวันที่ทำการสมัครสอบ มิฉะนั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้สมัครสอบ ****

ลิงค์เพิ่มเติม
www.britishcouncil.or.th/exam/ielts/dates-fees-locations
www.ielts.idp.co.th/wha_is_ielts_th.aspx
www.oxbridge.in.th/ielts-test-dates

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

TOEFL (Test of English as a Foreign Language)

TOEFL หรือ Test of English as a Foreign Language (ออกเสียงว่า "โทเฟิล" หรือ "โทเฟล") เป็นการทดสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษตามมาตรฐานของภาษาอังกฤษอเมริกัน ซึ่งมีการออกแบบสำหรับใช้ในการประเมินความสามารถทางภาษาของผู้สมัคร เพื่อนำไปใช้เป็นเกณฑ์ในเรื่องของการศึกษาต่อ หรือทำงานในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร โดยผลคะแนนโทเฟลจะใช้ได้เป็นระยะเวลา 2 ปี

TOEFL จะทดสอบทักษะภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้าน ได้แก่
◾ การพูด (Speaking)
◾ การฟัง (Listening)
◾ การอ่าน (Reading)
◾ การเขียน (Writing)

ในครั้งจะต้องผสมผสานทักษะต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อใช้ในการตอบคำถาม โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่งสำหรับการสอบ ซึ่งคุณสามารถเลือกการสอบได้ทั้ง Internet-based Test (iBT) หรือ Paper-based Test (PBT) ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่มีให้ที่ศูนย์ทดสอบ

   - TOEFL Internet-based Test (iBT) ประเมินความสามารถของคุณในการอ่าน ฟัง พูด และ เขียนภาษาอังกฤษและใช้ทักษะเหล่านี้ร่วม กันในชั้นเรียนมหาวิทยาลัย เช่น คุณอาจอ่าน หรือ ฟังบรรยาย แล้วเขียนหรือพูดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณรู้
   - TOEFL Paper-based Test (PBT) ประเมินความสามารถของคุณในการอ่าน ฟัง และ เขียน ภาษาอังกฤษ

ค่าสมัครสอบสำหรับประเทศไทย 185 USD
สมัครสอบผ่านทางออนไลน์ที่ www.ets.org/toefl

สำหรับประเทศไทยมีศูนย์สอบแบบ TOEFL Internet-based Test (iBT) เท่านั้น
   - กรุงเทพมหานคร
   - เชียงใหม่
   - หาดใหญ่
   - สระบุรี
   - สุราษฎร์ธานี
   - ยะลา

ข้อสอบแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้   
   - การฟัง 30 คะแนน
   - การพูด 30 คะแนน
   - การอ่าน 30 คะแนน
   - การเขียน 30 คะแนน
รวมทั้งหมด 120 คะแน

ใบรับรองคะแนน
ใบรับรองคะแนน ผู้สอบจะได้รับใบรับรองคะแนนทั้งหมด 5 ฉบับ ดังนี้
   - ฉบับแรกจะเป็นรายงานผลที่ส่งให้ผู้เข้าสอบ
   - อีก 4 ฉบับ จะเป็นรายงานผลคะแนนอย่างเป็นทางการ ซึ่งผู้เข้าสอบสามารถเลือกว่าจะให้ทาง ETS ส่งตรงไปให้กับสถาบัน หรือ บริษัทใด โดยมีระยะเวลาในการจัดส่งประมาณ 15 วันหลังจากวันที่เข้าสอบ

*หากต้องการมากกว่านี้ จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่ม US$17 ต่อ 1 ฉบับ

สิ่งที่ต้องนำติดตัวมาในวันสอบ   
   - Passport
   - ใบ confirm ที่พิมพ์จากระบบลงทะเบียน Internet
www.ets.org/toefl
www.dek-d.com/studyabroad/37194/

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

TestDaF

 - TestDaF เป็นข้อสอบวัดระดับภาษาเยอรมันของผู้เข้าสอบ ตั้งแต่ระดับ 4 - 5 (B2 ถึง C1) ตามกรอบความตกลงร่วมกันของสหภาพยุโรปด้านภาษา ดังนั้นแล้ว ความรู้ ความสามารถของผู้เข้าสอบ จะต้องอยู่ในระดับ B2 เป็นอย่างต่ำ
   - ค่าสมัคร 130 ยูโร
   - สถานที่จัดสอบ : สถาบันเกอเธ่ (Goethe Institute) กรุงเทพมหานคร

ข้อสอบ
   ทักษะการอ่าน : 3 บทความ 30 ข้อ ระยะเวลา 60 นาที
   ทักษะการฟัง : 3 หัวข้อในการฟัง 25 ข้อ ระยะเวลา 40 นาที
   ทักษะการเขียน : 1 บทความ ระยะเวลา 60 นาที
   ทักษะการพูด : 7 หัวข้อ ระยะเวลาโดยประมาณ 30 นาที

ผลการประเมิน
   - TestDaF-Niveaustufe 5 (TDN 5 – TestDaf level 5) C1.2
   - TestDaF-Niveaustufe 4 (TDN 4 – TestDaf level 4) B2.2 - C1.1 (ระดับคะแนนที่น่าพึงพอใจ)
   - TestDaF-Niveaustufe 3 (TDN 3 – TestDaf level 3) B2.1

ลงทะเบียนสอบ
   - การลงทะเบียนด้วยตัวเองที่ห้องทะเบียน กรุณานำหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ มาด้วย
   - การลงทะเบียนทางอีเมล์ กรุณาสอบถามสถานะที่นั่งในการสอบในช่วงที่ท่านต้องการทางอีเมล์ของ สถาบันเกอเธ่ได้ ทางสถาบันยินดีให้ข้อมูลเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่นอนสำหรับการสอบ รวมถึงข้อมูลส่วนตัวของท่านที่จำเป็น
** หมายเหตุ : สถาบันไม่รับสมัครทางโทรศัพท์ **

กำหนดการลงทะเบียน
ท่านจะต้องลงทะเบียนสอบอย่างช้าที่สุด 7 วันก่อนวันสอบจริง สถาบันจะจัดที่นั่งให้กับผู้เรียนและผู้เข้าสอบตามจำนวนที่มีว่าง

การยืนยันเบื้องต้น
หลังจากได้ลงทะเบียนทางอีเมล์แล้ว ท่านจะได้รับใบยืนยันการจอง ภายใน 3 วัน โดนจะระบุรายละเอียดการชำระเงิน

การยืนยันโดยสมบูรณ์
หลังจากท่านได้ชำระเรียบร้อยแล้ว ท่านจะได้รับใบยืนยันแบบสมบูรณ์ทางอีเมล์

www.goethe.de/ins/th/th/spr/prf/anm.html

 

ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ
บริษัท อาวล์ เอ็ดดูเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด

111/20 ม.1 ตำบล รังสิต อำเภอธัญบุรี ปทุมธานี 12110
โทร : 02 191 3964 สายด่วน พี่ปู 061 654 1565

Subscribe Now