previous arrow
next arrow
Slider

เรียนภาษาเยอรมัน / เรียนภาษาเพื่อศึกษาต่อ / เรียนภาษาระยะสั้น / เรียนภาษาที่ต่างประเทศ เรียนต่อบริหาร / เรียนต่อวิศวะ / เรียนต่อเยอรมัน / ประเทศเยอรมนี

” หนทางการเข้าสู่มหาวิทยาลัยในเยอรมนี เรียนต่อเยอรมัน เรียน ป.ตรี เยอรมัน”

ข้อมูลการ เรียนต่อเยอรมัน เรียนต่อประเทศเยอรมนี เรียน ป.ตรี เยอรมัน ประเทศเยอรมนี

สำหรับน้องๆๆที่จบ ม.6 แล้ว อยากเรียนภาษาที่แต่ประเทศ หรือ อยากเรียนปริญญาตรีต่างประเทศอยากเรียนต่อเมืองนอก หรือ อยากเรียนต่อ ป.ตรี ที่เยอรมัน แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นหาข้อมูลเรียนต่อต่างประเทศที่ไหน หรือหาทุนเรียนต่อต่างประเทศ

พี่ๆ อาวล์ เอ็ดดูเคชั่น (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นสถาบันแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศหรือศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ ขอแนะนำการเรียนต่อปริญญาตรีที่ประเทศเยอรมันมีทั้งแบบจ่ายค่าเทอมที่ถูก และบางมหาลัยที่เยอรมนียังมีทุนการศึกษาให้สำหรับนักเรียนต่างชาติอีกด้วย สำหรับการเรียนต่อต่างประเทศที่ค่าเทอมไม่แพง พี่ๆ ขอแนะนำประเทศเยอรมนี แถมเรียนไปทำงานไปได้อีกด้วย นอกจากนั้นแล้วสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่จบมหาลัยจากประเทศเยอรมนียังสามารถขอวีซ่าเพื่อหางานทำได้อีก 18 เดือน เรียนต่อนอกค่าเทอมไม่แพงต้องที่ประเทศเยอรมนี โดยหลักๆหนทางสู่มหาวิทยาลัยในเยอรมนีจะมีอยู่ 3 หนทางตามความถนัดด้านภาษาดังนี้ สำหรับนักเรียนที่จบการศึกษาชั้น ม.6 จากประเทศไทย และอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยในเยอรมนี น้อง ๆ ทุกคนจะต้องเข้าเรียนปรับพื้นฐาน (Studienkolleg) หรือ ที่เรียกอีกอย่างว่า Freshman year or Pre-Bachelor เพื่อเป็นการปรับวุฒิให้เท่ากับ high school ของประเทศเยอรมัน


วิธีที่ 1. เรียนหลักสูตรเยอรมัน แต่ไม่มีความรู้ทางด้านภาษาเยอรมันเลย ไม่มีความรู้ด้านภาษาเยอรมันไม่ใช่ปัญหา น้อง ๆ สามารถบินไปเรียนภาษาเยอรมันจากเจ้าของภาษาที่ประเทศเยอรมันได้โดยตรง เรียนภาษาเยอรมัน 6-12 เดือน จากนั้นสอบเข้า Studienkolleg สอบที่ประเทศเยอรมนี และเรียนที่ Studienkolleg 1 ปี (ค่าเทอม 300-1,500 ยูโร/เทอม)* เมื่อเรียนจบ Studienkolleg 1 ปี น้อง ๆ จะต้องสอบและเอาคะแนนยื่นเพื่อเข้าในคณะและมหาวิทยาลัยที่น้อง ๆ ต้องการเรียน หลังจากนั้นเข้าเรียนมหาวิทยาลัยอีก 3 ปี เพื่อได้รับวุฒิปริญญาตรี Congratulation!! (ค่าเทอมมหาวิทยาลัยรัฐในประเทศเยอรมนี 300-1,500 ยูโร/เทอม)*


วิธีที่ 2. เรียนหลักสูตรภาษาเยอรมัน หรือ ภาษาอังกฤษ หากเลือกหลักสูตรภาษาเยอรมันน้อง ๆ ต้องมีความรู้ภาษาเยอรมันในระดับ B1 ขึ้นไป หรือ หากเลือกหลักสูตรภาษาอังกฤษ น้อง ๆ ต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษระดับ IELTS 5.0 สำหรับวิธีนี้จะเป็นการสอบเข้า Studienkolleg (Fashman year) ของ-Freshman year in freshman institute FH Aachen University Apply Science เท่านั้น โดยจะมีเจ้าหน้าที่ จากสถาบัน Freshman year in freshman institute FH Aachen University Apply Science ประเทศเยอรมนี มาจัดสอบที่ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย โดย 1 ปี จะจัดสอบ 3 รอบ น้อง ๆ สามารถเลือกสอบตามภาษาที่น้อง ๆ ถนัด จะสอบวิชา คณิตศาสตร์และความถนัดทางภาษาที่น้องๆได้เลือกไว้ ในวันที่สอบน้อง ๆ ยังไม่จำเป็นต้องมีระดับภาษาผ่านเกณฑ์ที่กำหนด แต่วันที่จะเดินทางต้องมีระดับภาษาผ่านเกณฑ์ที่กำหนด จากนั้นเข้าเรียน Studienkolleg 1 ปี (ค่าเทอม+ที่พัก+อาหาร+ประกันสุขภาพ 19,500 ยูโร/เทอม)** เมื่อเรียนจบ Studienkolleg 1 ปี น้อง ๆ จะต้องสอบและเอาคะแนนยื่นเพื่อเข้าในคณะและมหาวิทยาลัยที่น้อง ๆ ต้องการเรียน หลังจากนั้นเข้าเรียนมหาวิทยาลัยอีก 3 ปี เพื่อได้รับวุฒิปริญญาตรี Congratulation!! (ค่าเทอมมหาวิทยาลัยรัฐในประเทศเยอรมนี 300-1,500 ยูโร/เทอม 


วิธีที่ 3. หลักสูตรภาษาอังกฤษ 100% (INTERNATIONAL) หากน้อง ๆ มี IELTS 5.0 ขึ้นไป และ GPA 2.0 ขึ้นไป ทาง OWL EDUCATION จัดสอบที่ประเทศไทยให้สำหรับน้องโดยเฉพาะ ณ สำนักงานของ OWL EDUCATION จากนั้นเข้าเรียน Studienkolleg (Pathway Program) 1 ปี (ค่าเทอม 5,990 ยูโร/เทอม)* เมื่อเรียน Studienkolleg (Pathway Program) จบ 1 ปี น้อง ๆ เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยอีก 3 ปี เพื่อได้รับวุฒิปริญญาตรี Congratulation!! (ค่าเทอม 6,500 ยูโร/เทอม)* – หากน้อง ๆ มี IELTS 6.0 ขึ้นไป และ GPA 3.0 ขึ้นไป ทาง OWL EDUCATION จัดสอบที่ประเทศไทยให้สำหรับน้องโดยเฉพาะ ณ สำนักงานของ OWL EDUCATION จากนั้นน้อง ๆ สามารถเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยอีก 3 ปี* ได้ทันที โดยที่ไม่ต้องเรียน Studienkolleg (Pathway Program) เพื่อได้รับวุฒิปริญญาตรี Congratulation!! (ค่าเทอม 6,500 ยูโร/เทอม)*

*ราคาไม่รวมค่าที่พัก/อาหาร/ประกันสุขภาพ/ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ส่วนตัว 

**ราคารวมค่าเทอม+ที่พัก+อาหาร+ประกันสุขภาพ

หนทางการเข้าสู่มหาวิทยาลัยในเยอรมนี

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

เรียนภาษาเพื่อเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ประเทศเยอรมนี

หลักสูตรภาษาเยอรมัน และ หลักสูตรภาษาอังกฤษ

Pathway Program to German University: German program or English Program

Berlin International College

Berlin International College (BIC) เป็นสถาบันที่เปิดสอนภาษาเยอรมัน และ หลักสูตรปรับพื้นฐาน (Studienkolleg) หรือ Preparation Course เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนต่อป.ตรี / ป.โท ที่เยอรมัน ซึ่งสถาบัน BIC ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยสถาบัน BIC มีความเชี่ยวชาญในการเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาที่จะเรียนต่อป.ตรี / ป.โท ในคณะหรือสาขาวิศวกรรมศาสตร์ และ เทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนั้นหลักสูตรและโครงสร้างในการเรียน จะมีความสอดคล้องกับเนื้อหาการเรียนของมหาวิทยาลัยที่เป็น partner กับสถาบัน BIC ในคณะ และ สาขาดังนี้

– Bachelor of Arts (B.A.)

– Bachelor of Sciences (B.Sc.)

– Bachelor of Engineering (B.Eng.)

– Master of Arts (M.A.)

– Master of Sciences (M.Sc.)

– Master of Engineering (M.Eng.)


หลักสูตรปรับพื้นฐานของทางสถาบัน BIC เป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับน้องๆ ในการเรียนต่อในระดับป.ตรี / ป.โท ที่เยอรมัน โดยในหลักสูตรปรับพื้นฐาน (Studienkolleg) หรือ Preparation Course ของสถาบัน BIC จะมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับทักษะเบื้องต้นสำหรับการเรียนป.ตรี / ป.โท ที่เยอรมัน


น้องๆที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากประเทศไทย ต้องเรียนปรับพื้นฐาน (Studienkolleg) หรือ Preparation Course ก่อนการเริ่มเรียนต่อป.ตรี ที่เยอรมัน รวมถึงน้องๆที่จะเรียนต่อป.โท ที่เยอรมัน ก็อาจจะต้องมีเรียน Pre-Master ร่วมด้วย สำหรับบางคณะ และ บางมหาวิทยาลัย

 Berlin International College

    สำหรับน้องๆที่ลงเรียนหลักสูตรปรับพื้นฐานกับทางสถาบัน BIC หลังจากเรียนจบและผ่านการสอบจบ (Feststellungsprüfung (FSP), TestAS, BIC in house exam) แล้ว น้องๆสามารถเข้าเรียนต่อ ป.ตรี / ป.โท ในมหาวิทยาลัยที่เป็น partner ร่วมกับสถาบัน BIC ได้เลย โดยไม่มีการสอบเพิ่มเติม เพราะเนื้อหาและโครงสร้างในหลักสูตรปรับพื้นฐานของสถาบัน BIC เป็นที่ยอมรับของมหาวิทยาลัยที่เป็น partner

 ตัวอย่างค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อป.ตรี / ป.โท เยอรมัน

*ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย สำหรับมหาวิทยาลัยที่อยู่ในรัฐ Baden Württemberg จะมีค่า Administration Fee + Tuition Fee อยู่ที่ € 1,500

 รายละเอียดในแต่ละหลักสูตรของสถาบัน BIC มีดังนี้

1. หลักสูตรปรับพื้นฐานสำหรับการเรียนต่อป.ตรี ที่เยอรมัน (Preparation to Bachelor) แบ่งเป็น 2 หลักสูตร ดังนี้


– 1.1 หลักสูตรปรับพื้นฐานสำหรับการเรียนต่อป.ตรีที่เยอรมัน หลักสูตรภาษาเยอรมัน

– 1.2 หลักสูตรปรับพื้นฐานสำหรับการเรียนต่อป.ตรีที่เยอรมัน หลักสูตรภาษาอังกฤษ


เป็นหลักสูตรสำหรับน้องๆที่อยากเรียนต่อป.ตรี ในคณะหรือสาขาดังนี้ Bachelor of Arts (B.A.), Bachelor of Sciences (B.Sc.), Bachelor of Engineering (B.Eng.) ซึ่งโดยคุณสมบัติหลักๆที่น้องๆทุกคนจะต้องมี ก็คือ


– ใบประกาศนียบัตรการจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (High school certificate) หรือ สำหรับ น้องๆที่เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยในไทยไปแล้ว แต่อยากเรียนต่อป.ตรีที่เยอรมัน ก็สามารถยื่นหลักฐานการ เรียนจบป.ตรีที่ไทย อย่างน้อย 1 ปี และต้องเป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่จะเรียนต่อป.ตรีที่เยอรมัน รวม ถึงเอกสารอื่นๆที่อาจจะจำเป็นต้องใช้ในการเรียนต่อป.ตรีที่เยอรมัน


– หลักฐานการสอบจบ Studienkolleg หรือ Preparation Course (Feststellungsprüfung (FSP), TestAS, BIC in house exam) โดยการสอบจบจะขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่น้องๆเลือกเรียน


– หลักฐานการสอบวัดความรู้ด้านภาษาเยอรมัน ที่ระดับ C1


อย่างที่น้องๆทราบกัน นักเรียนไทยทุกคน ไม่สามารถเข้าเรียนต่อป.ตรี ที่เยอรมันได้โดยตรง ดังนั้นน้องๆจะต้องเรียนปรับพื้นฐานก่อน (Studienkolleg หรือ Preparation Course) และ นอกจากการเรียนปรับพื้นฐานแล้ว ยังจะต้องพิจารณาการเข้าเรียนจากความรู้ด้านภาษาเยอรมัน รวมถึงการสอบจบ Studienkolleg หรือ Preparation Course เรียกว่า ข้อสอบ Feststellungsprüfung (FSP), TestAS, BIC in house exam เมื่อน้องๆสอบผ่าน ก็สามารถเข้าเรียน ป.ตรีของมหาวิทยาลัยที่เป็น partner ของสถาบัน BIC

2. หลักสูตรปรับพื้นฐานสำหรับการเรียนต่อป.โท (Preparation to Master)

เป็นหลักสูตรสำหรับน้องๆที่อยากเรียนต่อป.โท ในคณะหรือสาขาดังนี้ Master of Arts (M.A.), Master of Sciences (M.Sc.), Master of Engineering (M.Eng.) โดยน้องๆที่จะเรียนต่อป.โทได้ จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

– จบการศึกษาระดับป.ตรี ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่จะเรียนต่อป.โท จากมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรอง

– เกรดเฉลี่ย GPA ทั้งหมด อย่างน้อย 2.5 เมื่อเทียบตามระบบของเยอรมัน

– ต้องเรียนหลักสูตรป.ตรี อย่างน้อย 4 ปี

– หลักฐานการสอบวัดความรู้ด้านภาษาเยอรมัน ในระดับ C1 หรือมากกว่านั้น

*TestAs เป็นข้อสอบมาตรฐานที่วัดความสามารถทางด้านวิชาการ สามารถสอบได้จากศูนย์สอบทั่วโลกกว่า 280 แห่ง สำหรับประเทศไทย ศูนย์สอบอยู่ที่คณะกฎหมาย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) **Math+ Course เป็นหลักสูตรที่เกี่ยวกับการเรียนในเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สำหรับน้องๆที่เลือกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เยอรมัน


3. หลักสูตรเรียนภาษาเยอรมัน (German Course in Berlin) หลักสูตรเรียนภาษาเยอรมันที่ทางสถาบัน BIC ทำขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้น้องๆที่อยากเรียนภาษาเยอรมันเพื่อการเรียนต่อป.ตรี เยอรมัน หรือ เพื่อพัฒนะทักษะทางด้านภาษาเยอรมัน ซึ่งทางสถาบัน BIC ได้จัดไว้เป็นหลักสูตรเรียนภาษาเยอรมันแบบเข้มข้น (German Intensive Course) จำนวน 30 คาบเรียนต่อสัปดาห์ และอ้างอิงหลักสูตรตาม Common European Framework of Reference for Languages (CEFR) โดยแบ่งตามระดับของน้องๆ ดังนี้

 คณะและสาขาของทางมหาวิทยาลัย partner ของสถาบัน BIC

  • Engineering
  • Information Techlogy
  • Information Techlogy
  • Architecture
  • Commmunication Sciences
  • Economy
Engineering

1. คณะวิศวกรรมศาสตร์ (ENGINEERING)


เป็นคณะที่นักศึกษาส่วนใหญ่ให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า และ วิศวกรรมเครื่องกล รวมถึงวิศวกรรมเคมี นักศึกษาทุกคนที่เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ต้องมีความรู้อย่างเชี่ยวชาญในด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และเคมี และ ในปัจจุบันนักศึกษาต้องมีความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และ เศรษฐศาสตร์ ร่วมด้วย ซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่ที่จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จะมีโอกาสการทำงานในภาคอุตสาหกรรม หรือ สำหรับน้องๆที่จบในสาขาที่เฉพาะด้าน เช่น วิศวกรรมชีวการแพทย์ วิศวกรรมด้านพลังงาน ก็จะได้ทำงานในภาคอุตสาหกรรมเฉพาะด้าน


โดยทางสถาบัน BIC มีหลักสูตรปรับพื้นฐาน (Preparation Course) สำหรับคณะวิศวกรรม ในสาขาต่างๆ ดังต่อไปนี้

Information Techlogy

2. คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

(INFORMATION TECHNOLOGY หรือ IT)


เป็นคณะที่เรียนเกี่ยวกับการสร้างและการพัฒนาระบบเครือข่ายการสื่อสาร (Network) และ ระบบการสื่อสารดิจิทอล (Digital) โดยที่น้องๆจะได้เรียนหลักสูตรเนื้อหาที่เกี่ยวกับ ระบบเครือข่ายและเทคโนโลยี การทำงานของระบบดิจิทอล รวมถึงการถ่ายโอนข้อมูล น้องๆที่อยากจะเรียนในคณะนี้ จะต้องมีความเชี่ยวชาญในด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ รวมถึงความเชี่ยวชาญในด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ นักศึกษาที่จบจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศส่วนใหญ่ จะเริ่มทำงานเป็นฟรีแลนด์ (Freelance) รวมถึงหากมีความเชี่ยวชาญในด้าน IT บางบริษัทก็จะรับเข้าทำงานทันที


โดยทางสถาบัน BIC มีหลักสูตรปรับพื้นฐาน (Preparation Course) สำหรับคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ในสาขาต่างๆ ดังต่อไปนี้

Information Techlogy

3. คณะวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (NATURAL SCIENCES)


ในโลกปัจจุบันธรรมชาติเป็นสิ่งที่สำคัญในการดำรงชีวิต ดังนั้นจึงมีการนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับธรรมชาติ เพราะจะช่วยให้เกิดพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงานในโลกมากขึ้น หรือ คิดค้นยารักษาโรค โดยนักศึกษาส่วนใหญ่ จะมุ่งเน้นการเรียนในสาขาที่เฉพาะด้าน เช่น วิทยาศาสตร์ธรรมชาติภาคพลังงาน วิทยาศาสตร์ธรรมชาติภาคชีวการแพทย์ เป็นต้น ส่วนใหญ่นักศึกษาที่เรียนจบในคณะวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ในสาขาต่างๆ มีโอกาสในการทำงานในห้องวิทยาศาสตร์ และ ห้องแลป ในภาคอุตสาหกรรมการแพทย์ รวมถึงอุตสาหกรรมยา และระหว่างการเรียนจะมี 1 – 2 ภาคเรียนให้น้องๆได้ฝึกงาน และที่สำคัญคือ การฝึกงานของน้องๆส่วนมากจะนำมาใช้ในวิทยานิพนธ์ระดับป.เอก


โดยทางสถาบัน BIC มีหลักสูตรปรับพื้นฐาน (Preparation Course) สำหรับคณะวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ในสาขาต่างๆ ดังต่อไปนี้

Architecture

4. คณะสถาปัตยกรรม (ARCHITECTURE)


เป็นคณะที่เหมาะกับน้องๆที่ชอบการออกแบบและศิลปะ นอกจากชอบการออกแบบแล้ว ยังต้องมีความเชี่ยวชาญในความรู้ด้านฟิสิกส์ เคมี เรขาคณิต สถิติ รวมถึงวิทยาศาสตร์ในสาขาต่างๆ โดยโครงสร้างของหลักสูตร น้องๆจะได้เรียนทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ เช่น การออกแบบและการพัฒนาแบบพิมพ์เขียวหรือการสร้างแบบเบื้องต้นจากพิมพ์เขียว และ ความรู้ด้านศิลปศาสตร์ รวมถึงความรู้ในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ เพราะในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาช่วยในการออกแบบมากขึ้น เพื่อลดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพของงานให้มากขึ้น สำหรับสายงานในคณะสถาปัตยกรรมที่น้องๆสามารถทำได้ ได้แก่ นักออกแบบภายใน นักวิเคราะห์หรือที่ปรึกษาด้านการออกแบบ เป็นต้น


โดยทางสถาบัน BIC มีหลักสูตรปรับพื้นฐาน (Preparation Course) สำหรับคณะสถาปัตยกรรม ในสาขาต่างๆ ดังต่อไปนี้

Commmunication Sciences

5. คณะวิทยาศาตร์การสื่อสาร (COMMUNICATION SCIENCES)


เป็นคณะที่เรียนเกี่ยวกับการศึกษาวิธีการสื่อสาร และ วิธีการที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับการวิจัย เพื่อนำวิทยาศาสตร์มาใช้กับผลการวิเคราะห์ โดยเนื้อหาที่จะเรียนจะเป็นหลักสูตรทฤษฎีพื้นฐานเกี่ยวกับรูปแบบของการสื่อสารทั้งหมด และ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำมาวิเคราะห์รูปแบบการสื่อสารได้ สายงานสำหรับนักศึกษาที่จบจากคณะนี้ ได้แก่ ภาคธุรกิจที่เกี่ยวกับสื่อทั้งหมด การประชาสัมพันธ์ เป็นต้น


โดยทางสถาบัน BIC มีหลักสูตรปรับพื้นฐาน (Preparation Course) สำหรับคณะวิทยาศาสตร์การสื่อสาร ในสาขาต่างๆ ดังต่อไปนี้

Economy

6. คณะเศรษฐศาสตร์ (ECONOMY)


เป็นคณะที่เรียนเกี่ยวกับการวางแผนกลยุทธ การเงิน การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ รวมถึง การพัฒนาสินค้าและบริการต่างๆ โดยเนื้อหาจะเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ทั้งด้านทฤษฎี และ การบริหารจัดการ เพื่อให้น้องๆนักศึกษาเข้าใจถึงภาพรวมทั้งภายในและภายนอกของบริษัท สายงานสำหรับน้องๆนักศึกษาที่จบจากคณะนี้ ได้แก่ นักบริหารธุรกิจ นักการตลาด รวมถึงนักวางแผนทางการเงิน เป็นต้น


โดยทางสถาบัน BIC มีหลักสูตรปรับพื้นฐาน (Preparation Course) สำหรับคณะเศรษฐศาสตร์ ในสาขาต่างๆ ดังต่อไปนี้

ที่มา : https://www.berlin-international-college.de/en.html


ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ

บริษัท อาวล์ เอ็ดดูเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (สำนักงานใหญ่)

C203 ชั้น 2 โครงการ สินทรัพย์พลาซ่า ถ.รังสิต-นครนายก (คลอง 4) ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 12130

โทร : 0-2038-0770 สายด่วน พี่ปู 061-654-1565

Copyright © 2020 OWL EDUCATION / สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย ห้ามนำข้อมูล รวมถึงรูปภาพ ไปทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาต